จากความเจ็บปวดสู่นวัตกรรม
จากการทดแทนที่ใช้งานป้องกันได้จริง
จากความคุ้มค่าในการใช้สู่การช่วยเหลือเกษตรกร

 

จากความเจ็บปวดสู่นวัตกรรม 1

 

ในกระบวนงานก่อสร้างใช้ผู้รับเหมาจากหลากหลายบริษัท จึงยากที่จะหลีกเลี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพื้นผิววัสดุต่างๆ ใครจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน เปลี่ยน ซ่อมแซม หรือกำจัดคราบเหล่านี้ เสียทั้งเวลา แรงงาน หรือเสียงบประมาณเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็นเพื่อที่จะให้ส่งมอบงานได้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการสูญเสียนี้อยู่ในช่วง 3 – 5% ของมูลค่างาน สภาพการทำงานปัจจุบันจะป้องกันด้วยการปกคลุมพื้นผิวของวัสดุที่ทำการติดตั้งไว้ก่อนด้วยฟิล์มพลาสติก ผ้าใบพลาสติก กระดาษ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ไม้อัด หรืออื่น ๆ เพื่อป้องกันการเสียหายจากการเกิดรอย คราบ แต่วัสดุพวกนี้ไม่สามารถปกป้องพื้นผิวได้จริง เนื่องจากไม่ทนต่อลม น้ำ หรือแรงเสียดสี ทำให้เปื่อย เสื่อมและหลุดลอกออกได้ง่าย ฟิล์มพลาสติกก็บางเกินและไม่แนบ บางทีก็เกิดการติดไฟจากการโดนสะเก็ดไฟจากการเชื่อมโลหะ เป็นต้น

จากความเจ็บปวดสู่นวัตกรรม 2

 

หากต้องการนำมาปกคลุมพื้นผิวที่มีขนาดเล็กซอกมุมเยอะ ๆ หรือกว้าง ๆ ก็ทำได้ยาก เสียทั้งเวลาและแรงงานในการตัดแปะและไม่นิยมนำกลับมาใช้ใหม่ (ยกเว้นแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดและไม้อัด) ทำให้เกิดขยะที่ยากต่อการกำจัดจำนวนมากภายหลังงานเสร็จสิ้น วัสดุที่ต้องการการปกป้องพื้นผิวมักเป็นวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งอาคาร เช่น กระจกหรือกระเบื้องหรือเฟอร์นิเจอร์หรือแสตนเลสที่มีขนาดใหญ่หรือราคาแพง ต้องรักษาความเงางามแต่เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย รวมถึงงานห้องน้ำ ก๊อก สุขภัณฑ์ เป็นต้น หรืออาจติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ยากต่อการเปลี่ยนหรือการซ่อมแซม

จะดีไหมหากเราปกป้องพื้นผิวได้ในบริเวณกว้าง ทุกซอกมุม ยึดติดกับพื้นผิวได้ดี แต่ยังสามารถลอกออกได้เมื่อต้องการ และต้องสามารถปกป้องพื้นผิวได้ทั้งภายในและ/หรือภายนอกอาคารได้ ถ้าเทียบกับมูลค่าของที่อาจเสียหายในระหว่างการก่อสร้าง รวมกับราคาค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาในการเปลี่ยนวัสดุที่เกิดริ้วรอยแล้ว จะดีไหมหากเราเริ่มด้วยการปกป้องพื้นผิวก่อนที่จะเกิดปัญหาแล้วมาตามแก้ภายหลัง ดังภาษิตที่ว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ฟิลม์ชั่วคราวนี้เป็นนวัตกรรมวัสดุทดแทนตัวใหม่ที่มีราคาถูก หาได้ง่ายจากในประเทศ ใช้ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จึงขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ใช้เคลือบผิววัสดุป้องกันการเกิดริ้วรอยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการทำงาน กันคราบเปื้อน สะเก็ดจากการตัดหินหรือระหว่างทำงานตกแต่งภายใน ตลอดจนประยุกต์ใช้ในการทำความสะอาดพื้นผิวจากคราบสนิมหรือเชื้อราได้เช่นกัน โดยจุดเด่นของเราคือเป็นส่วนผสมของสารธรรมชาติสูตรน้ำ นำมาเคลือบผิวต่างๆ ได้โดยการทาด้วยลูกกลิ้ง หรือเครื่องพ่น โดยไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นผิวก่อนเพราะความสกปรกที่ผิวจะหลุดลอกออกตอนลอก เมื่อรอให้แห้งแล้วจะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มปกคลุมพื้นผิว ซอกมุมที่ต้องการ โดยความหนาของแผ่นฟิล์มขึ้นกับจำนวนรอบของการทาหรือพ่น แนะนำให้ทา 2-3 รอบ

จากความเจ็บปวดสู่นวัตกรรม 3

 

Film Protextor มี 2 สูตร คือ สูตรสีดำเน้นการใช้ในงานพื้นภายใน สูตรสีขาวใช้ในงานผนังภายใน สูตรสีขาวเมื่อเคลือบลงบนผิวกระจก พบว่าแสงแดดยังสามารถส่องผ่านได้และสามารถทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ สามารถป้องกันความร้อนที่เกิดจากสะเก็ดไฟ จากลวดเชื่อมหรือการเจียรเหล็กได้เป็นอย่างดี ไม่มีกลิ่นฉุนที่รุนแรงของตัวทำละลายอินทรีย์ จึงทำให้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ภายหลังการใช้งานสามารถกำจัดทิ้งได้เช่นเดียวกับการกำจัดถุงมือยางทั่วไป สามารถนำมาใช้ในการทำความสะอาดพื้นผิวที่มีเชื้อราตามมาตรฐาน ISO 22196 สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus และ Escherichia coli และเชื้อรา Candida ในระดับที่มากกว่า 99.5% ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี 2 (SARS-CoV-2) หรือ COVID-19 และเชื้อไวรัสเอนทอไวรัส (EV71) ที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปากได้อีกด้วย ทำให้ฟิลม์โพรเทคเตอร์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเคลือบผิวบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น กริ่ง ราวบันได หรือที่จับประตู เป็นต้น เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสและสามารถเว้นระยะห่างในการทำความสะอาดได้ สำหรับเกษตรกรชาวสวนยางก็จะได้รับประโยชน์จาก Film Protextor นี้เช่นกัน โดยจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มช่องทางการระบายน้ำยางธรรมชาติ ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579)