เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก
เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

3วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

3วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก

1. กำจัดคราบสกปรก
หากมีคราบสกปรกติดอยู่ ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ได้ ให้นำน้ำยาทำความสะอาดไม้ทาบริเวณที่มีคราบทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นใช้แปรงขนนุ่ม ๆ เช่น แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้ว ค่อย ๆ ขัดคราบสกปรกเหล่านั้นออกไป จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง

2. ลบรอยขีดข่วน
ส่วนถ้าเป็นรอยขีดข่วนเล็ก ๆ บนผิวไม้ที่ไม่ลึกมาก สามารถใช้ผ้าแห้งแตะน้ำยาขัดรองเท้าสีใกล้เคียงกับเนื้อไม้แล้วเช็ดเบา ๆ จากนั้นให้ใช้ผ้าชุบน้ำมันขัดเงาเช็ดซ้ำอีกที ถ้าเกิดรอยเปื้อนที่เป็นคราบฝังลึก เช่น คราบสี น้ำตาเทียน หรือรอยขูดลึกลงในเนื้อไม้ ให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดที่สุด ขัดเบา ๆ แล้วใช้ขี้ผึ้งเคลือบทับให้ผิวเสมอกับส่วนอื่น ๆ จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง

3. ซ่อมรอยแตก
ถ้ามีรอยแตกให้นำกระดาษชุบน้ำให้ชุ่มแล้วเอาไปอัดไว้ตรงรอยแตก แล้วใช้เตารีดไฟแรงรีดบริเวณนั้น ความร้อนจะทำให้เนื้อไม้บริเวณที่ถูกกดขยายกลับคืนสู่สภาพเดิม จากนั้นก็ขัดเงาได้ตามปกติ หรือจะใช้วิธีผสมขี้เลื่อยกับกาว อุดเข้าที่รอยแตกก็ได้เช่นกัน

3วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก 1

วิธีดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก 
ลงน้ำมัน
ควรเลือกน้ำมันสำหรับใช้กับเฟอร์นิเจอร์ไม้สักโดยเฉพาะ โดยเริ่มตั้งแต่ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่มีฝุ่นเกาะ จากนั้นใช้พู่กันจุ่มน้ำมันแล้วเช็ดทาให้ทั่วพื้นผิว ทาไปเรื่อย ๆ จนกว่าไม้จะอิ่มตัวและไม่ดูดซับน้ำมันอีก

3วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก 2

ทาสีรองพื้น
ใช้สีรองพื้นที่มีคุณสมบัติปรับผิวหน้าและอุดเสี้ยนไม้ หลุมร่องต่าง ๆ บนเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยใช้แปรงทาสีจุ่มสีรองพื้นสำหรับไม้สักโดยเฉพาะทาให้ทั่ว และทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน หรือจนกว่าคราบสีจะแห้งสนิท

3วิธีกำจัดคราบสกปรกเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก 3

ทาสีไม้ใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี
เฟอร์นิเจอร์ไม้สักก็เหมือนไม้ทั่วไปที่อาจจะสีซีดจางไปบ้างตามกาลเวลา จึงจำเป็นต้องมีการทาสีซ้ำใหม่ทุก ๆ 2-3 ปี หรือเมื่อเราเริ่มสังเกตเห็นรอยแตกมากขึ้นในเนื้อไม้ก็สามารถทาสีซ้ำได้เลยเพื่อปกปิดรอยร้าวและปกป้องเนื้อไม้สัก

จัดวางให้พ้นแสงแดด
การวางเฟอร์นิเจอร์ไม้สักให้โดนแดดแรง ๆ เป็นประจำจะทำให้อายุการใช้งานและคุณภาพของไม้สักลดลง ดูเก่าเร็วขึ้น และต้องบำรุงรักษาซ่อมแซมมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรวางเฟอร์นิเจอร์ไม้สักให้อยู่ในบริเวณที่มีร่มเงา และไม่วางไว้กลางแจ้ง