หมดปัญหาเรื่องของผนังบ้าน เพียงแค่รู้จักกับผนังในบ้านให้มากขึ้น

หมดปัญหาเรื่องของผนังบ้าน เพียงแค่รู้จักกับผนังในบ้านให้มากขึ้น

1. ผนังแบบก่ออิฐ
ผนังแบบนี้เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ตามบ้านและอาคารต่าง ๆ เพราะเป็นวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายและยังมีราคาถูกอีกด้วย ผนังก่ออิฐ มีทั้งแบบก่ออิฐโชว์แนว และผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถเป็นได้ทั้งผนังภายในและภายนอกอาคาร เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน ทนแดด ลม ฝนได้ดี และถ้าเป็นก่ออิฐโชว์แนว ก็ดูจะสวยงามไปอีกแบบหนึ่งด้วย ข้อดีของผนังแบบก่ออิฐก็ตรงที่สามารถทุบหรือต่อเติมได้โดยไม่มีผลกับตัวโครงสร้าง อิฐที่มาใช้แบ่งคร่าวๆได้คือ อิฐมอญ อิฐมวลเบา และอิฐบล็อค อิฐมวลเบามีน้ำหนักเบา, ก้อนใหญ่ ทำให้ใช้เวลาในการก่อสร้างน้อย เก็บเสียงและกันความร้อนได้ดีเพราะมีรูพรุนในเนื้อเยอะ ดังนั้นเวลาจะเจาะรูสำหรับแขวนของที่มีน้ำหนักต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการยึดติด ส่วนอิฐมอญมีความแข็งแรงทนทาน สามารถเจาะแล้วใส่ปุ๊กตามท้องตลาดทั่วไปได้เลย

หมดปัญหาเรื่องของผนังบ้าน เพียงแค่รู้จักกับผนังในบ้านให้มากขึ้น 1
2. ผนังแบบสำเร็จรูป หรือที่เรียกกันว่า ผนัง Precast
ผนังแบบนี้จะแตกต่างจากผนังทั่วไปตรงขั้นตอนการก่อสร้างและคุณสมบัติบางอย่าง เริ่มกันที่วิธีการผลิตจะเริ่มต้นจากในโรงงานเลย โดยตัวผนังจะถูกผลิตขึ้นตามแบบที่ต้องการ หลังจากนั้นจะนำแผ่นผนังที่ได้มาประกอบเป็นตัวบ้านที่หน้างาน การก่อสร้างแบบนี้จะใช้เวลาน้อยกว่าแบบก่ออิฐฉาบปูนค่อนข้างมาก มีความแข็งแรงเพราะมีการเสริมเหล็กเข้าไปด้านใน ด้วยความแข็งแรงของตัวผนังเองทำให้ระบบการก่อสร้างบ้านจะเปลี่ยนเป็นแบบผนังรับน้ำหนักไม่ใช่เสาและคาน ทำให้เราจะเห็นบ้านในยุคสมัยใหม่จะไม่มีเสาตามมุมต่างๆของตัวบ้าน แต่การใช้ระบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่ในตัวคือถ้าจะต่อเติมหรือทุบกำแพงบางส่วนออกจะไม่สามารถทำได้ เพราะพื้นที่ของผนังทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ถ้าจะเจาะรูที่ผนังก็ทำได้ไม่ใหญ่มากหรือเจาะได้แค่ใส่ท่อสำหรับงานระบบเท่านั้น อีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญคือรอยต่อของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ถ้าจุดนี้มีการออกแบบที่ดีและสามารถควบคุมการก่อสร้างให้ได้คุณภาพ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

หมดปัญหาเรื่องของผนังบ้าน เพียงแค่รู้จักกับผนังในบ้านให้มากขึ้น 2
3. ผนังยิปซั่ม ที่ทำจากแผ่นยิปซั่มบอร์ด
ผนังชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากราคาที่ไม่แพง มีน้ำหนักเบากว่าวัสดุที่นำมาทำโครงสร้างอื่นๆ และที่สำคัญมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความเรียบได้ระนาบของผนัง ไม่ก่อให้เกิดความเลอะเทอะ เพราะการจัดทำหรือก่อสร้างทั้งหมดเป็นระบบแห้ง ไม่มีปัญหาผิวผนังแตกร้าวเหมือนกับผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถตกแต่งทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ได้สวยงาม และยังสามารถก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสียคืออายุการใช้งานไม่นาน ไม่คงทนเท่าผนังก่ออิฐ และยังไม่ทนต่อความชื้นอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับการทำผนังภายในอาคาร
4. ผนังกระจก
กระจกมีทั้งประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามอยู่ในตัวของวัสดุเอง กระจกเป็นวัสดุที่สามารถสร้างความรู้สึกได้ให้ความโปร่งโล่ง หรูหรา และนำสมัยได้ภายใต้พื้นที่เดียวกัน การดูแลรักษาไม่ยากเหมือนวัสดุอื่น ทนต่อการขีดข่วน การจะทำผนังกระจกใช้งบประมาณค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังตั้งแต่การขนย้าย การติดตั้งจนถึงขณะใช้งาน ซึ่งก็มีกระจกหลายชนิดให้เลือกสำหรับทำผนัก หรือตกแต่งอาคาร อาทิ กระจกเงา กระจกใส กระจกฝ้า กระจก ตัดแสงยูวี กระจกสองชั้น กระจกลวดลายเป็นต้น สำหรับผนังควรเลือกใช้กระจกเทมเปอร์ คือกระจกที่ผ่านกรรมวิธีความร้อนสูง เวลาแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กๆ จับตัวกัน ไม่ร่วงหล่นออกมาจนเป็นอันตราย หรือกระจกลามิเนต เป็นกระจกที่ให้ความปลอดภัยสูงมากเมื่อเทียบกับกระจกประเภทอื่น เนื่องจากเป็น กระจกที่เคลือบยึดกลางแผ่นด้วยฟิลม์ ซึ่งเมื่อแตก กระจกจะยังถูกดึงไว้ด้วยฟิลม์ รอยแตกจะคล้ายกับใยแมงมุมร้าวไปทั้งแผ่น และไม่สามารถที่จะแตกทะลุแผ่นฟิลม์ได้ ถึงแม้กระจกจะมีทั้งความสวยงามและความน่าใช้ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ดังนั้นต้องรู้จักเลือกใช้สอยให้ถูกกับชนิดของกระจก พื้นที่ และกาลเทศะ

 

เลือกซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างกับเรา Beelieve Sourcing มาร์เก็ตเพลสวัสดุก่อสร้างรายแรกของไทย เรามีทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง และ บริการต่างๆ รวมถึงรถขนส่ง หรือ ช่างผู้รับเหมา ทั่วประเทศไทย  facebook: beelievesourcing line: @beelievesourcing youtube: beelieveus beelievesourcing เราสร้างตลาดสินค้าออนไลน์และ บริการครบจบในที่เดียว