Forcepoint ผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เผยความปลอดภัยในปี2018

Forcepoint ผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เผยความปลอดภัยในปี2018

Forcepoint ผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เผยความปลอดภัยในปี2018 ว่ามีแนวโน้มหรือการรักษาความปลอดภัยอย่างไรให้กับโลกไซเบอร์แม้จะมีการเติบโตในเรื่องของการลงทุนเทคโนโลยีเพื่อการป้องกัน แต่ช่องโหว่บนไซเบอร์ ก็ยังเพิ่มขึ้นอยู่อย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ในโลกที่มัลแวร์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลสำคัญถูกย้ายไปไว้บนคลาวด์ และบรรดาอาชญากรต่างกำลังคิดค้นวิธีการโจมตีแบบใหม่ๆ

1. ความเป็นส่วนตัวต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่ในโลกไซเบอร์
ปี 2018 จะจุดประกายให้เกิดการโต้แย้งกันแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ภายในหน่วยงานรัฐ แต่ระหว่างประชาชนทั่วไป 2 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวและส่วนรวม แม้ว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการขายข้อมูลลูกค้าได้ก็ตาม มาถึงวันนี้ นับว่ายังไม่ได้มีการต่อสู้เรื่องความเป็นส่วนตัวกันอย่างจริงจัง ซึ่งในปี 2018 จะเป็นปีที่จุดประกายให้เกิดการโต้แย้งแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันในวงกว้าง ไม่ใช่แค่ภายในหน่วยงานภาครัฐ แต่รวมไปถึงประชาชนทั่วไป และเมื่อถึงเดือนพฤษภาคม 2018 ร่างกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GDPR) ในสหภาพยุโรป
จะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย และอาจมีการเรียกร้องให้องค์กรระดับโลกที่ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อยู่อาศัยในสหภาพยุโรป ดำเนินการสอดคล้องตามข้อเรียกร้องใหม่ เกี่ยวกับการควบคุม การดำเนินการ และการคุ้มครองข้อมูล ทั้งนี้ GDPR อาจจะเป็นร่างกฎหมายฉบับแรกที่ยกระดับมาตรฐาน ในขณะที่ประเทศอื่นๆ จะต้องทำตามสหภาพยุโรป ในแง่ของการอัพเดตกฎระเบียบให้สอดคล้องตามมาตรฐานใหม่ในเรื่องของการคุ้มครองข้อมูล

2. การพลิกโฉมของสรรพสิ่ง
ความนิยมของอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ IoT เริ่มชัดเจนมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา โดยการ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าจะมีการใช้งานสรรพสิ่งที่เชื่อมต่อ (connected things) กันทั่วโลกในจำนวนที่มากถึง 8,400 ล้านชิ้น ในปี 2017 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2016 ถึง 31 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรเอ็นเตอร์ไพรส์ ที่มีการใช้เซ็นเซอร์ในสายลอจิสติกส์ และซัพพลายเชน รวมถึงอุปกรณ์ด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบโครงสร้างพื้นฐาน การที่สิ่งต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ จึงช่วยให้สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้มากมายมหาศาล และเข้าถึง “การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสรรพสิ่ง” ตัวอย่างเช่น มีความเป็นไปได้ที่ผู้โจมตีคนไหนก็ตามที่มีหัวพลิกแพลง สามารถขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือเอามัลแวร์ไปใส่ในระบบเหล่านี้ได้

3. ขาขึ้นของการแฮกเงินดิจิทัล
ผู้โจมตีจะมุ่งเป้าที่ช่องโหว่ในระบบที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล มีรายงานว่า มีการนำเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 165 ล้านเครื่องไปใช้ในการทำเหมืองบิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดถึงกว่า 107,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrencies กลายเป็นวิธีการจ่ายเงินที่เป็นทางเลือกสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่กำลังเล็งเพื่อหาทางเรียกค่าไถ่
ในขณะที่หลักการของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลัง บิตคอยน์ ทำให้การปลอมแปลงธุรกรรมที่บันทึกอยู่ในบล็อกในประวัติที่ผ่านมาทำได้ยาก โดยอาชญากรไซเบอร์ จะหันความสนใจมาที่ช่องโหว่ในระบบที่สนับสนุนการทำธุรกรรมแทน รวมถึงระบบที่ใช้สร้างธุรกรรมการเงินดิจิทัล เราคาดว่าจะได้เป็นมัลแวร์จำนวนมากยิ่งขึ้นพุ่งเป้าไปที่ข้อมูลส่วนตัวที่ผู้ใช้ใช้ในการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล รวมถึงเว็บไซต์ที่ยอมให้ผู้ใช้ซื้อ และขาย รวมถึงแลกเปลี่ยนกระแสเงินดิจิทัล กับเงินดิจิทัลสกุลอื่นๆ หรือสกุลเงินปกติ

ข้อมูล : www.aripfan.com , Forcepoint

เลือกซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างกับเรา Beelieve Sourcing มาร์เก็ตเพลสวัสดุก่อสร้างรายแรกของไทย เรามีทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง และ บริการต่างๆ รวมถึงรถขนส่ง หรือ ช่างผู้รับเหมา ทั่วประเทศไทย  facebook: beelievesourcing line: @beelievesourcing youtube: beelieveus beelievesourcing เราสร้างตลาดสินค้าออนไลน์และ บริการครบจบในที่เดียว