แบบหลังคาบ้าน ที่นิยมในเมืองไทย

ในยุคปัจจุบันการเลือก แบบหลังคาบ้าน ถือว่ามีความหลากหลายมากขึ้น เพราะรูปแบบของสถาปัตยกรรม หลังคาบ้าน มีความสร้างสรรค์กว่าเดิม ซึ่งนอกจากจะมีรูปทรงที่สวยงามแล้ว หลังคาบ้าน แต่ละแบบยังมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะการรองรับกับสภาพอากาศในพื้นที่ ไม่ว่าจะกันแดด กันฝน กันลม หรือกันความร้อน ดังนั้นลองมาดูแบบหลังคาบ้านยอดนิยมที่เหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทยกันดีกว่า

1.หลังคาบ้านทรงจั่ว

หลังคาบ้านทรงจั่ว เหมาะกับบ้านทั่วไป ทุกภูมิภาค ทุกประเทศ คือ หลังคาบ้าน แบบมาตรฐานที่นิยมใช้กันมานาน หลังคาประเภทนี้จะมีปัญหาการรั่วซึมน้อยมาก เพราะมุมองศาที่มีความลาดเอียง เมื่อฝนตกจึงทำให้น้ำไหลสู่ด้านล่างได้อย่างรวดเร็ว ลดการแตกหักของวัสดุมุงหลังคาจากลม ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ต่างๆ ซึ่งหากมีการรั่วซึมก็มักไม่สร้างปัญหามากนัก แต่มีข้อเสียคือหากทิศทางลมขณะฝนสาดเป็นทิศที่หันเข้าสู่จั่วบ้าน อาจจำเป็นต้องติดตั้งหลังคากันสาดเพิ่มเติมหรือต่อเติมชายคาบ้าน ให้กว้างขึ้น และอาจเพิ่มกันสาดริมหน้าต่างห้อง ในกรณีที่มีห้องเปิดหน้าต่างด้านดังกล่าว มิเช่นนั้น เม็ดฝนอาจเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายเมื่อลมพัดแรง

ทรงจั่ว เป็นหลังคาที่ใช้กันเยอะตามต่างจังหวัด การใช้ลอนคู่ของตราเพชร จะประหยัดค่าโครงสร้าง เพราะน้ำหนักเบา มีแบบแผ่นยาวให้เลือก จึง ลดโอากาสรั่วให้น้อยลงได้

2.หลังคาบ้านทรงปั้นหยา

หลังคาบ้านทรงปั้นหยา ได้รับนิยมสูงในบ้านสไตล์ ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย หลังคาทรงนี้จะมีมุมลาดเอียงน้อยกว่าแบบจั่ว ลักษณะของหลังคาจะครอบคลุมทุกทิศทางของบ้าน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น 4 ด้าน ซ้าย ขวา หน้า และ หลัง ซึ่งส่วนบนสุดของหลังคา จะเป็นจุดยอดรวมของแต่ละด้าน ด้านต่างๆ มีลักษณะเป็นทรง 3 เหลี่ยม หันพิงเข้าหากัน สไตล์ดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านจัดสรรโครงการบ้านทั่วไป จึงได้รับความนิยมไม่แพ้ หลังคาบ้าน ทรงจั่ว

3.หลังคาบ้านทรงมะนิลา

หลังคาบ้านทรงมะนิลา หลังคาทรงนี้เป็นการผสมผสานระหว่างหลังคาทรงจั่วและปั้นหยาเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดหลังคาทรงมะนิลาขึ้น คือรูปแบบที่นำข้อดีทั้งสองสไตล์ มาประยุกต์ใช้ นิยมใช้กับบ้านสไตล์คันทรี่ บ้านร่วมสมัย จุดเด่นของหลังคาทรงมะนิลาคือมีความแข็งแรง สามารถปะทะแรงลมได้ดี กันแดด และฝนได้รอบด้านของตัวบ้าน ผสานเข้ากับจั่วมีหน้าที่ระบายอากาศ ช่องอากาศที่หน้าจั่วช่วยให้ลมไล่อากาศร้อนลอยตัวออกมา มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พบเห็นได้มากในเรือนทรงไทยล้านนาของภาคเหนือ

ทรงมะนิลา คือหลังคาแบบบ้านทรงไทยจึงขอแนะนำ กระเบื้องเจียระไน ตราเพชรเพื่อเสริมให้กลิ่นอายความเป็นไทยชัดเจน สวยงามยิ่งขึ้น

4.หลังคาบ้านทรงปีกผีเสื้อ

หลังคาบ้านทรงปีกผีเสื้อ คือชื่อเรียกตามแบบหลังคาที่มีลักษณะหลังคาที่แหงนออกสองด้าน โดยด้านนอกเป็นมุมสูง ตรงกลางหลังคาจะเป็นมุมต่ำ ลักษณะคล้ายกับผีเสื้อกำลังกระพือปีกเพื่อบิน ส่วนตรงกลางมักทำเป็นรางน้ำ อาจให้เอนมาด้านใดด้านหนึ่ง เป็นแบบหลังคาที่สามารถรองรับน้ำฝนได้ดีกว่าหลังคาแบบอื่นๆ และในด้านสถาปัตยกรรมจะช่วยเพิ่มความทันสมัยให้กับตัวบ้านมากขึ้น

5.หลังคาบ้านทรงเพิงหมาแหงน

หลังคาบ้านทรงเพิงหมาแหงน เรียกตามลักษณะท่าทางของสัตว์อย่าง หมา หรือ สุนัข ที่มักนั่งท่าแหงน เชิดหน้าขึ้นฟ้า บ้านที่มีหลังคาลักษณะดังกล่าวจึงดูมีความทันสมัยเป็นอย่างมาก กับหลังคาแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน ซึ่งออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เร็วอีกด้วย สามารถพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบโมเดิร์น

สำหรับ ทรงเพิงแหงน กับ ปีกผีเสื้อ เนื่องจากเป็นหลังคาที่ความลานชันน้อยมาก จึงแนะนำ จตุลอน รุ่นยาว 2.30 เมตร เพราะใช้จำนวนแผ่นน้อย รอยต่อน้อยกว่าและระบายน้ำได้ดี แม้โครงสร้างจะมีความลาดชันน้อยมาก